ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
"งานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20"
เว็บไซต์ "งานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20" จัดทำโดยกรมพลศึกษา
เยาวชนจำนวน 36,000 คน "ร่วมโลกเดียวกัน สร้างสัมพันธ์ต่างวัฒนธรรม"
ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2545 ถึง 8 มกราคม 2546
คำขวัญงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 20
"ร่วมโลกเดียวกัน สร้างสัมพันธ์ต่างวัฒนธรรม"

แม้จะยังเหลือเวลาอีกกว่า 3 ปีเต็ม แต่ความยิ่งใหญ่ของงานนี้ซึ่งจะมี ลูกเสือและเนตรนารีอายุระหว่าง 14 - 18 ปี รวม 30,000 คน (ไม่นับผู้ปกครอง-ผู้ติดตาม ) จาก 150 ประเทศใน 6 ภูมิภาคทั่วโลก คือ แอฟริกา อาหรับ เอเชีย-แปซิฟิก ยูเรเชีย ยุโรป และอินเตอร์อเมริกา รวมทั้งจากประเทศไทยอีก 6,000 คน มาชุมนุมทำกิจกรรมร่วมกัน ก็ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะกรมพลศึกษา ซึ่งรับหน้าที่เป็นแม่งานใหญ่ ต้องเตรียมการอย่างขมีขมัน โดยได้กำหนดวันดีเดย์ลงมือปฏิบัติการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2542
ด้วยว่างานใหญ่ครั้งนี้ นอกจากจะมีคนเข้าร่วมมหาศาลเช่นที่ว่าแล้ว ประเทศไทยในฐานเจ้าภาพยังต้องฝากฝีมือจัดงานให้เนี้ยบสมกับที่ยื้อแย่งมาได้จาก 2 พี่เบิ้มใหญ่คือ อังกฤษและอเมริกา แถมการชุมนุมครั้งที่ 20 นี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนองค์กรลูกเสือจะมีอายุย่าวเข้าปีที่ 100 ในครั้งที่ 21 คือครั้งหน้า ซึ่งอังกฤษอาสาเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งที่ 19 ที่ผ่านมานั้น ได้จัดขึ้นไปเมื่อ 26 ธันวาคม 2541-6 มกราคม 2542 ที่ กรุงซานดิเอโก ประเทศชิลี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมชุมนุม 30,948 คน และมีคำขวัญของงานชุมนุมว่า " BUILDING PEACE TOGRHER"
ขบวนการลูกเสือในระดับโลกนี้ มีประเพณีอันเก่าแก่ที่มุ่งเน้นความร่วมมือ และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างลูกเสือทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกวัฒนธรรม โดยไม่มีการแบ่งแยกในเชิงการเมืองหรือไม่ยึดถือเรื่องพรมแดนระหว่างประเเทศใดๆ ซึ่งในแต่ละปี ก็จะมีการจัดชุมนุมลูกเสือ ทั้งใน ระดับประเทศ ระดับภาคพื้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่ทุกๆ 4 ปี จึงจะมีการประชุมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกสักครั้ง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญสูงสุดของชีวิต การเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ อายุ 14 - 18 ปี ที่ต่างก็ใฝ่ฝันจะเข้าร่วมและทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ท้าทาย ทั้งในเชิงความรู้ การศึกษา และ ทักษะ รวมทั้ง สร้างมิตรไมตรีที่ดีต่อกันกับเพื่อนจากทั่วทุกมุมโลก
คำว่า Jamboree ที่มีอยู่ในชื่อภาษาอังกฤษของงาน สะท้อนถึงการยอมรับวัฒนธรรมหลากหลายเข้าสู่ความเป็นสากลหนึ่งเดียว ได้เป็นอย่างดี เพราะเดิมนั้นเป็นภาษาแอฟริกันซูลู ที่หมายถึง การที่ชนเผ่าเรียกพรรคพวกให้มาร่วมชุมนุมลูกเสือทั้งในระดับโลก ในภูมิภาคและประเทศต่าง ๆ มานานแล้ว
การรับเป็นเจ้าภาพ World Scout Jamboree ครั้งนี้ของประเทศไทย ใช่ว่าจะดำเนินไปโดยง่ายดายและราบรื่น เพราะจะต้องได้รับการยอมรับ จากที่ประชุมสมัชชาลูกเสือโลกเท่านั้น ซึ่งไทยก็สอบผ่านในการประชุมสมัชชาลูกเสือโลกครั้งที่ 33 เมื่อปี 2539 ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสำนักงานและคณะกรรมการลูกเสือโลก ได้ เห็นชอบให้ไทยใช้พื้นที่รวม 7,000 ไร่ของฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรีเป็นที่รองรับ ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน2542 และจากการประสานงานหารือที่ผ่านมา ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากกองทัพเรือเจ้าของสถานที่ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อที่จะร่วมด้วยช่วยกันแปลงฐานทัพเรือ สัตหีบให้ร่มรื่น สะดวกสบายและมีหลากหลายกิจกรรมให้ลูกเสือทั่วโลกได้ "
สำหรับการเตรียมงานซึ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและมีตารางเวลาที่ชัดเจนแล้วในระดับหนึ่ง มีแม่งานคนสำคัญคือ ดร. คศิธารา พิชัยชาญณรงค์ รองอธิบดีกรมพลศึษา และรองเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้อำนวยการบริหารการจัดการงานชุมนุมครั้งนี้ อย่างเป็นทางการ โดยมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายกิจกรรมพิเศษของสำนักงานเลขาธิการลูกเสือโลก ที่มี Mr.Jean Cassaignean ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งทางรัฐบาลฝรั่งเศสมาสอนสต๊าฟฝ่ายไทยให้เข้าใจภาษาฝรั่งเศสโดยพื้นฐาน เพื่อที่ได้คุยกันรู้เรื่องและประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อความสำเร็จของงาน
ขณะที่ ในแง่ของการจัดเตรียมพื้นที่ได้วางโครงสร้าง "ค่ายลูกเสือขนาดยักษ์" ที่ฐานทัพเรือสัตหีบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะประกอบด้วย 4 หมู่บ้านๆ ละ 6 ค่ายย่อย แต่ละค่ายย่อย สามารถตั้งค่ายพักแรมได้ประมาณ 1,000 คน และในแตละหมู่บ้านจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ซุ้มแลกเปลี่ยนเงินตรา ซุ้มไปรษณีย์ ซุ่มล้างอัด ขยายภาพ ซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มอัดโนมัติ เป็นต้น
ซึ่งขณะนี้รูปแบบของพื้นที่ได้ผ่านการเห็นชอบจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว และกำลังเตรียมจัดสร้างอ่างเก็บน้ำ ศูนย์กำจัดน้ำเสีย ที่พักลูกเสือ ที่จอดรถ ศูนย์อาหาร ศูนย์ข่าว สำนักงานรักษาความปลอดภัย สวนสัตว์ สำนักงานลูกเสือโลก ที่พักเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ต่อไปมีแผนจะพัฒนา เป็นศูนย์ปฏิบัติการ ของศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชเมืองร้อนแสมสารตามพระราชดำริ รวมทั้งกำหนดจุดพื้นที่ที่จะสร้างกิจกรรมต่างๆ เช่น หุบผามหาภัย เมืองวิทยาศาสตร์ จตุรัสวัฒนธรรม และหมู่บ้านโลกาภิวัตน์ เป็นต้น
สำหรับลูกเสือ-เนตรนารี ของไทยที่จะเข้าร่วมในงานนี้รวม 6,000 คน ขณะนี้สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติและกรมสามัญศึกษา ที่ดูแลเด็กวัยที่จะต้อง เข้าร่วมในงานนี้ในอนาคต 3 ปีข้างหน้าก็กำลังวางแนวทางคัดเลือกผู้เข้าร่วม และแนวทางในการเสริมทักษะบางด้าน เช่น การสื่อภาษาที่เป็นสากล เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถทำหน้าที่ตัวแทนประเทศเจ้าภาพได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมทั้งสามารถเก็บรับ ประสบการณ์ อันมีค่า จากการเข้าร่วมได้อย่างเต็มที่
คงต้องติดตามเอาใจช่วยการเตรียมงานยักษ์งานนี้กันต่อไปว่า งบประมาณที่รัฐบาลอนุมัติให้ใช้รวม 300 ล้านบาท จะเพียงพอหรือไม่ และจะมีปัญหาอุปสรรค อะไรตามมา โดยเฉพาะหากฝ่ายนโยบายและตัวหลักของงานต้องสลับสับตำแหน่งกันไปในช่วง 3 ปีนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาพรวมความพร้อมของประเทศไทยในปี 2545 คงพอจะการันตีได้ว่างานนี้น่าจะได้ทั้งเงินและกล่อง
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน มกราคม ปี 2541
ขอเชิญลูกเสือ-เนตรนารี ร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะลูกเสือจากทั่วโลก
เนื่องจากมีลูกเสือ-เนตรนารี เป็นจำนวนมากที่ต้องการเดินทางมาร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20 อีก 3 ปีข้างหน้า และต้องการที่พักในช่วงก่อน หรือหลังงานชุมนุมฯ ซึ่งทาง Thai scouting.com จะเป็นสื่อแจ้งผ่านไปยังเพื่อนลูกเสือทั่วโลกให้กับลูกเสือ-เนตรนารีไทย ที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับในครั้งนี้ โปรดแจ้งความจำนงค์มาได้ที่ webmaster@thaiscouting.com
หากลูกเสือ-เนตรนารีต้องการติดต่อกับเพื่อนลูกเสือจากต่างประเทศ สามารถติดต่อได้ทาง Message Board
|งานชุมนุมลูกเสือโลก|ร่วมเป็นเจ้าภาพ|คณะกรรมการ|
Scout Camp at a Thai School
Thai Scouting | 20th World Scout Jamboree | Message Board | Thai Life
|สมุทรปราการ | งานเจดีย์ | ภาพงานเจดีย์1,2 | ผู้ว่าราชการจว.| สป.รอบสัปดาห์ | ลงโฆษณาฟรี | ร.ร.ศรีวิทยาปากน้ำ